วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หมอแผนไทยยืนยัน ดื่มฉี่วันละนิดสุขภาพดี

หมอแผนไทยยืนยันน้ำปัสสาวะรักษาสารพัดโรค เผยอเมริกันหัวใสสกัดน้ำปัสสาวะรักษาอัมพาตขายทั่วโลก สร้างรายได้ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ด้านหนุ่มปักษ์ใต้คุยกรึ๊บฉี่มา 2 ปี จากที่เคยหัวล้าน ผมกลับดกดำ แถมหายปวดหลังชะงัด ดึงลูกเมียร่วมวงแข็งแรงถ้วนหน้า ชี้รสชาติปัสสาวะบ่งบอกถึงอาหารที่กิน ระบุถ้าเค็มดื่มน้ำน้อย ขมกินสารพิษ เปรี้ยวกินสารกันบูด เป็นการรรีเช็กไปในตัว

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีการประชุมวิชาการเรื่อง "น้ำปัสสาวะรักษาโรคได้จริงหรือ" โดยมีวิทยากรผู้เข้าร่วมการประชุมคือพระครูดุษฎีจากสำนักสงฆ์วัดทุ่งไผ่ จ.ชุมพร และ น.พ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือก

น.พ.บรรจบ กล่าวว่า คนทั่วไปคิดว่าน้ำปัสสาวะเป็นที่น่ารังเกียจ แต่ความจริงสามารถนำไปบำบัดโรคหลายชนิดได้ ซึ่งเรื่องนี้ได้เขียนไว้ในตำราแพทย์แผนจีนว่า การดื่มน้ำปัสสาวะเด็กผู้ชายที่ร่างกายแข็งแรงจะช่วยให้คนที่มีอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรง มีแรงขึ้นมาได้

ในน้ำปัสสาวะประกอบด้วยน้ำ 95% ยูเรีย 2.5% และสารอื่นๆ อีก 2.5% ถ้าหากถามว่าการที่มีสารต่างๆ เพียงเท่านี้ จะรักษาโรคได้อย่างไร ต้องเรียนว่าการดื่มน้ำปัสสาวะรักษาโรคจะใช้หลักพิษล้างพิษ เช่นเดียวกับการฉีดเซรุ่ม ซึ่งโรคที่ทำการรักษามีตั้งแต่อาการปวดเรื้อรัง ได้แก่ ปวดหลัง ปวดข้อ ไมเกรน ปวดเมื่อยไม่มีสาเหตุ

โรคที่เกี่ยวกับภูมิต้านทาน เช่น โรคภูมิแพ้ ผื่นคัน สะเก็ดเงิน รูมาตอยด์ SLE ประเภทแผลต่างๆ เช่น แผลเบาหวาน แผลไฟไหม้ ส่วนโรคในระบบร่างกายคือ เบาหวาน มะเร็งลำไส้ ตกขาวจากเชื้อรา กลิ่นปาก กลิ่นตัว รวมทั้งยังดูแลผิวพรรณและเส้นผม โดยการรับประทานมีหลายวิธี เช่น นำปัสสาวะ 1 หยด ใส่ลงในน้ำ 1 ช้อนชา เขย่าประมาณ 50 ครั้ง หรือในวันแรกจะหยดปัสสาวะ 1-5 หยดในปาก วันต่อมาอาจจะหยด 6-10 หยด และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าเคยชิน

น.พ.บรรจบกล่าวต่อว่า สารยูเรียในปัสสาวะเปรียบเสมือนมอยส์เจอไรเซอร์ หรือสารทำความชื้นในเครื่องสำอาง ซึ่งเครื่องสำอางที่มีราคาสูงจะใส่ยูเรียเข้าไป แต่ถ้าราคาถูกจะใส่สารพาราฟิน นอกจากนี้ในปัสสาวะยังมีสารยูโรคีเนส ซึ่งทางการแพทย์จะฉีดให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตเพื่อละลายลิ่มเลือด และรักษาเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งมีบริษัทในประเทศสหรัฐได้นำเครื่องกรองปัสสาวะเพื่อกรองเอาสารตัวนี้ออกมาใช้ในวงการแพทย์ตั้งแต่ปี 1989 ดังนั้นหลังปีดังกล่าวที่รอดมาได้ก็ให้เข้าใจได้เลยว่าถูกฉีดสารจากปัสสาวะของคนสหรัฐมาแล้ว

น.พ.บรรจบ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะให้คนไทยทุกคนลุกขึ้นมาดื่มน้ำปัสสาวะกันหมด ถ้ามีร่างกายปกติก็ไม่จำเป็น เพียงแต่ถ้าหมดหนทางในการรักษาก็สามารถทดลองได้ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยปรากฏผลข้างเคียง แต่สำหรับคนที่เป็นโรคหนองในก็น่าจะรู้ว่าไม่ควร

ส่วนกรณีผู้ป่วยที่รับประทานยาและใช้เคมีบำบัด ตนคิดว่าน่าจะรับประทานได้ไม่เสียหายอะไร เพราะรับประทานเพียง 50-100 ซีซี ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนปัสสาวะในแต่ละวันประมาณ 3 ลิตร ส่วนกลุ่มประเทศที่นิยมดื่มคือประเทศแถบตะวันออก เช่น อินเดีย ที่ดื่มเป็นวัฒนธรรม ประเทศจีนก็มีดื่มจำนวนหลายล้านคน

ส่วนไทยน่าจะมีมากโดยเฉพาะผู้ปฏิบัติธรรม แต่ยังไม่มีการรวบรวมตัวเลขอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม คิดว่าประเทศไทยควรจะมีการวิจัยว่าเรื่องนี้มีผลเสียหรือไม่ ถ้าไม่มีผลเสียก็ควรจะวิจัยผลดี เพราะอย่างสหรัฐก็มีการสร้างมูลค่าของปัสสาวะปีละ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านพระดุษฎี กล่าวว่า ในพระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ในนิสสัย 4 แนวปฏิบัติสำหรับการยังชีพของพระสงฆ์ว่า ต้องนุ่งห่มด้วยผ้า 3 ผืน นำมาจากผ้าห่อศพ ผ้าบังสุกุล ต้องหาอาหารที่อยู่โคนต้นไม้ ฉันอาหารที่ได้จากการบิณฑบาต และประการสุดท้ายคือ เมื่อเจ็บป่วยรักษาตนเองตามธรรมชาติ ฝึกสมาธิ ดื่มน้ำปัสสาวะ

ซึ่งบัญญัติไว้ในนิสสัย 4 กำหนดไว้ในพระไตรปิฎกว่า การดื่มน้ำปัสสาวะรักษาโรคจะช่วยให้คนคนนั้นระมัดระวังด้านการบริโภคอาหาร เพราะหากกินโปรตีน เนื้อสัตว์ ชา กาแฟ เบียร์ มีผลคือรสชาติ และตนเห็นว่าการดื่มน้ำปัสสาวะไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่าย ดีกว่าซื้อสาหร่ายซึ่งมีราคาแพงอาจไม่ได้ผลก็ได้ นอกจากนี้ บางคนไม่ดื่มแต่อมบ้วนปากยังทำให้เหงือกและฟันทนทาน ซึ่งหลายคนทำมานับสิบปีแล้ว

ด้าน นายไพฑูรย์ เจียรณาสาธิต อายุ 36 ปี ชาวสวนปาล์ม กล่าวว่า ตนดื่มน้ำปัสสาวะมา 2 ปีแล้ว วันแรกที่ลองรู้สึกว่ารสชาติแย่มาก แต่พอดื่มทุกวันก็สามารถปรุงแต่งกลิ่น คือจะไม่รับประทานอาหารตอนเย็น แต่จะดื่มน้ำมากๆ แทน ซึ่งรสชาติที่ได้จะจืดเหมือนน้ำชา ไม่หอม ซึ่งตนคิดว่าทำอย่างไรจะให้ปัสสาวะหอมเหมือนฉี่เด็ก ก็ไปดูพฤติกรรมของเด็กซึ่งดื่มนม ดังนั้น การดื่มนมจะทำให้ปัสสาวะหอมเหมือนปัสสาวะเด็ก

"รสชาติของปัสสาวะจะบ่งบอกอาหารที่รับประทานเข้าไป ถ้ามีรสชาติเค็มแสดงว่าเราดื่มน้ำน้อย ถ้ามีรสขมแสดงว่ารับประทานสารพิษเข้าไปมาก และถ้ามีรสขมอมเปรี้ยวแสดงว่าร่างกายรับสารกันบูดเข้าไป แรงจูงใจที่ทำให้ผมดื่มปัสสาวะเพราะภูมิอากาศของภาคใต้จะทำให้เป็นหวัดและภูมิแพ้บ่อย หลังจากดื่มแล้วผมไม่ต้องกินยาแก้ไข้อีก แต่ผมจะไม่ดื่มตอนเย็น และจะดื่มตอนเช้าครั้งเดียว ถ้าช่วงไหนเจ็บคอจะดื่มตอนเย็นด้วย และนอกจากจะมีสรรพคุณดังกล่าวแล้ว การดื่มปัสสาวะยังทำให้ผมหายปวดหลัง และทำให้ผมบนศีรษะดกดำขึ้นมาอีกด้วย"

นายไพฑูรย์ยังกล่าวอีกว่า นอกจากตนจะดื่มแล้ว ภรรยาและลูกสาววัย 7 ขวบ ก็หันมาดื่มด้วยเช่นกัน และการที่ลูกสาวหันมาดื่มเพราะตนให้เลือกว่าเวลาไม่สบายจะยอมถูกฉีดยา หรือจะดื่มน้ำปัสสาวะป้องกัน 2 ปีที่ผ่านมาลูกไม่เคยเป็นหวัดเลย นอกจากนี้ มารดาของตนเป็นหวัดเรื้อรังมา 20 ปี ฉีดยามาตลอดไม่หาย ตนแนะนำให้ดื่มตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว.

.

ข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ป้ายกำกับ: , ,

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก