อาการผมร่วงและการรักษาโดยการใช้ยา
ผมร่วงเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน โดยเฉพาะผู้ชาย ซึ่งส่งผลต่อบุคลิกภาพ ต่อไปนี้เป็นสาเหตุเบื้องต้นของอาการผมร่วงผิดปกตอที่พบบ่อย และวิธีการรักษาโดยการใช้ยาสาเหตุของผมร่วงมีหลายอย่างมาก ที่พบบ่อย ๆ เช่น
1. ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areate) ซึ่งจะร่วงเป็นวงกลม ๆ คล้ายเหรียญบาทหรือใหญ่กว่า
2. ผมร่วงหลังคลอด หรือไข้สูง (Telogen effluvin) พวกนี้ผมจะร่วงวันละเป็นร้อย ๆ เส้น เวลาจูงผมจะติดมือออกมาเลย
ผมร่วงทั้งสองประเภท อาจจะหายเองได้ ดังนั้น จะมีคนไข้บางคนเข้าใจผิดว่า ใช้ยาทาตัวนั้นตัวนี้ แล้วทำให้ผมขึ้นได้ (ซึ่งจริง ๆ แล้วผมมันขึ้นเอง)
สาเหตุของผมร่วมที่พบบ่อยอีกอย่างคือผมร่วงจากกรรมพันธุ์ (Androgenetic alopecia) พวกนี้จะถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์แต่จะไม่เกิดกับลูกหลานทุกคน (จะเป็นแต่บางคน) ผมร่วงลักษณะนี้เป็นได้ทั้งหญิงและชาย ผู้หญิงจะร่วงบริเวณกลางกระหม่อม ส่วนผู้ชาย จะร่วงบริเวณกลางกระหม่อมด้านหน้า (หัวเถิก)
การรักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์โดยการใช้ยา
ในปัจจุบันนิยมใช้ยา 2 ชนิดคือ
Minoxidil ชนิดกินและทา
การทาจะได้ผลเพียง 30% ส่วนการกินจะได้ผล 90% แต่ข้อเสียของการทานยา คือ เวลาหยุดยาแล้วผมจะร่วงเหมือนเดิมและการทาน ยานาน ๆ (6 เดือนขึ้นไป) จะมีอาการดื้อยา ผมจะร่วงได้ ทั้งๆ ที่รับประทานยาอยู่
Finasteride
ยาตัวนี้จะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้การผลิต ฮอร์โมนเพศชาย Dilaydrotestosterone (DHT) ลดลง ซึ่งคิดกันว่าตัว DHT นี้เป็นสาเหตุของการทำให้ผู้ชายผมร่วง ถ้ามีมากเกินไป (ซึ่งผู้ชายที่ผมร่วงจากกรรมพันธุ์มักจะพบฮอร์โมน DHT สูงกว่าปกติ)
แต่ข้อเสียของยา Finasterid คือ
1. ห้ามใช้ในผู้หญิง
2. อาจทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลงได้
3. เวลาหยุดยา อาจทำให้ผมร่วง เหมือนยา Minoxidil ได้
สุดท้ายถ้าการกินยา และทายาไม่ได้ผล ก็ต้องทำศัลยกรรม โดยแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง ซึ่งจะย้ายเส้นผมมาปลูกเป็นเส้น ๆ เลย ได้ผลดีทีเดียว แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงพอสมควร ส่วนการถักทอเส้นผมที่บางเต็มนั้น เทียบแล้วเหมือนการใส่วิกนั่นแหละ
เรื่อง น.พ.ไพรัตน์ สุรีย์พงษ์ ภาพ Webbloke
ป้ายกำกับ: รักษา, อาการผมร่วง

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก