โรคกระเพราะปัสสาวะอักเสบและติดเชื้อ
โรคกระเพราะปัสสาวะอักเสบและติดเชื้อเป็นอีกโรคหนึ่งที่ผู้หญิงป่วยเป็นกันมาก ส่งผลทำให้ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรคนี้ขายดิบขายดี แต่ผู้ป่วยหลายรายพออากาศทุเลาขึ้นก็กลับมาเป็นอีก ต้องกลับมากินยาดังกล่าวอีก จนเชื้อดื้อยาและทำให้ป่วยเรื้อรังยิ่งขึ้นอาการอย่างไรที่บ่งบอกว่ากระเพาะปัสสาวะติดเชื้อมาแล้วแน่ๆ
ลักษณะอาการเบื้องต้นของโรคนนี้ที่ชัดเจนก็คือ จะรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย แต่เวลาที่ปัสสาวะจะรู้สึกระคายเคืองแสบขัด และมีอาการปวดมากบริเวณท้องน้อยร่วมด้วย

เชื้อโรคชนิดใดที่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าวขึ้น
เชื้อที่เป็นตัวการทำให้เกิดอาการเช่นนี้คือ เชื้อแบคทีเรีย อี-โคไล (E-coli Bacteria) ซึ่งสามารถจะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้โดยผ่านทางท่อปัสสาวะ
เพราะเหตุใดโรคนี้จึงพบได้บ่อยในผู้หญิง
เนื่องจากท่อปัสสาวะของเพศหญิงมีขนาดที่สั้นกว่าท่อปัสสาวะของผู้ชายถึง 10 เท่า กล่าวคือความยาวโดยเฉลี่ยของท่อปัสสาวะเพศชายจะยาวประมาณ 10 นิ้ว ขณะที่ท่อปัสสาวะของเพศหญิงโดยเฉลี่ยจะยาวเพียง 1 นิ้วเท่านั้น ด้วยเหตุนี้การรุกรานของเชื้อโรคนี้เข้าสู่กระเพาะปัสสาวะในเพศหญิงจึงสะดวกและง่ายดายกว่ามาก
จะมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคดังกล่าวทำอันตรายเราได้
โดยปกติอวัยวะในส่วนนี้ของคนเรานั้นจะมีภูมิคุ้มกันบางอย่างที่สามารถต้านทานและกำจัดเชื้อโรคต่างๆ รวมทั้งเชื้อชนิดนี้ด้วย ทำให้เชื้อโรคทั้งหลายอยู่ในสภาพที่สมดุลและในปริมาณที่ไม่อาจจะทำอันตรายเราได้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเราจะต้องคอยใส่ใจดูแลให้ภูมิต้านทานส่วนนั้นแข็งแรงและสมดุลอยู่เสมอ วิธีการป้องกันก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแค่
- หมั่นดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำผลไม้อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
- รับประทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเป็นประจำเพราะวิตามินซีจะช่วยให้ภูมิต้านทานของร่างกายแข็งแรง และทำให้ปัสสาวะมีฤทธิ์กำจัดเชื้อโรคได้ดีขึ้น
-การเช็ดทำความสะอาดปากทวารหนักที่ถูกวิธีนั้นควรเช็ดออกไปทางด้านหลังไม่ใช่เช็ดย้อนมาทางด้านหน้าเพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้
-ปัสสาวะทุกครั้งภายหลังจากการว่ายน้ำ อบซาวน่า หรือร่วมเพศเสร็จ
- ในแต่ครั้งที่ปัสสาวะควรจะปัสสาวะให้สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้น้ำปัสสาวะช่วยขับเชื้อโรคออกไป และไม่ให้เหลือปัสสาวะตกค้างไว้ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
หากไม่แน่ใจว่าป่วยเป็นโรคดังกล่าวหรือไม่จะมีวิธีการใดช่วยตรวจสอบ
ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ และควรเป็นแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคระบบปัสสาวะโดยตรง ซึ่งแพทย์ก็จะทำการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องอัลตร้าซาวนด์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการผิดปกติดังกล่าว เมื่อค้นพบจุดที่เป็นปัญหาแล้ว การเยียวยารักษาให้หายขาดก็จะสามารถทำได้ง่ายขึ้น
ขอบคุณบทความดีๆ จากหนังสือนิตรยสาร LISA
ป้ายกำกับ: โรคกระเพาะปัสสาวะ

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก